Active TopicsActive Topics  แสดงรายชื่อสมาชิกของ ForumMemberlist  ค้นหาสิ่งที่ต้องการใน ForumSearch  HelpHelp
  สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก  LoginLogin
ศูนย์บริการข้อมูลทางยา
 Drug Information Service : ศูนย์บริการข้อมูลทางยา
Subject Topic: การฉีด PCEC ReplyPost
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
nattima
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 24 กรกฎาคม 2007
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 3
Posted: 24 กรกฎาคม 2007 เวลา 09:06 | IP Logged Quote nattima

สวัสดีค่ะอาจารย์

อยากทราบว่า การฉีด PCEC แบบ ID กับ IM ให้ผลแตกต่างกันรึเปล่าคะ (ประสิทธิภาพ) และด้านความปลอดภัยด้วยค่ะ เพราะใช้ขนาดยาต่างกันตั้ง 5 เท่า ถ้าผู้ป่วยเด็กให้ IM จะเป็นอันตรายรึเปล่าคะ อาจารย์คะขอ reference ด้วยนะคะ.....ขอบคุณค่ะ

Back to Top View nattima's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by nattima
 
นสภ. กนกรัชต์
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 04 กรกฎาคม 2007
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 12
Posted: 03 สิงหาคม 2007 เวลา 09:08 | IP Logged Quote นสภ. กนกรัชต์

คำตอบ

โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุจากไวรัส ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยผ่านการสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น การถูกกัด, ข่วน หรือผิวหนังที่มีแผลได้รับน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อโดยตรง เมื่อโรคแสดงอาการแล้วทั้งสัตว์และคนจะเสียชีวิต (1)

หลังจากได้รับเชื้อแนะนำให้เลือกฉีด rabies vaccine ชนิดใดชนิดหนึ่งซึ่งมีในประเทศไทยทั้งสิ้น 4 ชนิด คือ

1. human diploid cell rabies vaccine (HDCV): 1 ml/IM dose

2. purified chick embryo cell rabies vaccine (PCEC): 1 ml/IM dose

3. purified vero cell rabies vaccine (PVRV): 0.5 ml/IM dose

4. purified duck embryo rabies vaccine (PDEV): 1 ml/IM dose (2)

สำหรับการฉีด PCEC ตามแนวทางของ WHO นั้นสามารถฉีดได้ 2 รูปแบบคือ

1.       intramuscular

2.        intradermal

โดย intramuscular นั้นจะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อ deltoid และให้ยาแบบ 5 dose regimen คือ ฉีดทั้งสิ้น 5 ครั้ง ครั้งละ 1 ml ในวันที่ 0,3,7,14 และ 28  หรืออาจให้ยาทั้งสิ้น 4 ครั้ง (2-1-1) โดยในวันที่ 0 ให้ 2 ครั้ง จากนั้นให้ยาต่อในวันที่ 7 และ 21 (2),(3) หากเป็นผู้ป่วยเด็กจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ antero-lateral ที่บริเวณต้นขา (3)

หากฉีดแบบ intradermal จะใช้ปริมาณ vaccine น้อยกว่าทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยให้ยา แบบ 2- site intradermal method (3) ซึ่งจะให้ยา ครั้งละ 0.2 ml (2-2-2-0-1-1) โดยให้ยา 2 ครั้งในวันที่ 0,3 และ 7 หยุดยาในวันที่ 14 จากนั้นให้ยา 1 ครั้ง ในวันที่ 30 และ 90 (3),(4)

สำหรับด้านประสิทธิภาพนั้น จากการศึกษาของ Quiambaoa BP และคณะ ที่ทำการศึกษาในประชากร 113 คน นั้นได้เปรียบเทียบการใช้ PCEC ในรูปแบบ intramuscular และ intradermal พบว่า การให้ยาในรูปแบบ intradermal แบบ (2-2-2-0-1-1) มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นเดียวกับการให้ยา intramuscular แบบ 5 dose regimen และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ต่ำกว่าถึงร้อยละ 60-80 (4) ส่วนเรื่องอาการไม่พึงประสงค์ที่พบนั้น พบว่าการให้ยาทั้งแบบ intramuscular และ intradermal นั้น มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์เฉพาะที่ ประมาณ ร้อยละ 15-25 เช่น อาการปวดบริเวณที่ฉีด อาการคัน โดยจะพบมากกว่าในกลุ่มที่ได้รับในรูปแบบ intradermal  อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่พบ เช่น ปวดศีรษะ, คลื่นไส้และอาเจียน พบได้ประมาณร้อยละ 2-8 ในทั้ง 2 กลุ่ม (2)

สรุป

การฉีด PCEC ในรูปแบบ intramuscular และ intradermal นั้นมีประสิทธิภาพในการรักษาการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ได้ไม่แตกต่างกัน การให้ยาทั้ง 2 รูปแบบนี้สามารถทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์เฉพาะที่ประมาณ ร้อยละ 15-25 เช่น อาการปวดบริเวณที่ฉีด อาการคัน โดยจะพบมากกว่าในกลุ่มที่ได้รับในรูปแบบ intradermal  อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่พบ เช่น ปวดศีรษะ, คลื่นไส้และอาเจียน พบได้ใกล้เคียงกันในทั้ง 2 กลุ่ม

สำหรับผู้ป่วยเด็กสามารถให้ PCEC ในรูปแบบ intramuscular ได้ โดยจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ antero-lateral ที่บริเวณต้นขา

เอกสารอ้างอิง

1. Rabies. [homepage on the Internet]. WHO rabies; date unknown [revised 2006 Sep 9; cited 2007 July 25]. World health organization; Available from: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs099/en.htm

2. Chitsanu Pancharoen. Rabies vaccine. In: Chitsanu Pancharoen, editor. Handbook of vaccines Asian perspectives. Bangkok: Tana; 2006: p 83-90.

3. Current WHO guide for rabies pre and post exposure treatment in humans. [homepage on the Internet]. World health organization department of communicable diseases surveillance and response; date unknown [revised 200 Nov 2; cited 2007 July 25]. Available from: http://www.who.int/rabies/en/WHO_guide_rabies_pre_post_exp_t reat_humans.htm

 

 

4. Quiambaoa BP, Dimaanob EF, Ambasa C, Davisc R, Banzhoffd A, Malerczykd C. Reducing the cost of post-exposure rabies prophylaxis: efficacy of 0.1 ml PCEC rabies vaccine administered intradermally using the Thai Red Cross post-exposure regimen in patients severely exposed to laboratory-confirmed rabid animals. Vaccine 2005; 23: 1709-14.

 

Back to Top View นสภ. กนกรัชต์'s ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by นสภ. กนกรัชต์
 
pharcmu038
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 12 ตุลาคม 2007
Online Status: Offline
Posts: 2
Posted: 12 ตุลาคม 2007 เวลา 23:30 | IP Logged Quote pharcmu038

อยากทราบว่าข้อมูลจากบริษัทยา ให้ฉีดID วันที่ 0 3 7 30 แค่ 4 Dose  น่าเชื่อถือรึไม่ rigimen นี้ update ที่สุดแล้วรึเปล่า ถ้าฉีดได้ จะประหยัดมากๆ

Back to Top View pharcmu038's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by pharcmu038
 
pharcmu038
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 12 ตุลาคม 2007
Online Status: Offline
Posts: 2
Posted: 12 ตุลาคม 2007 เวลา 23:34 | IP Logged Quote pharcmu038

อยากทราบวิธี skintest ยาERIG ที่รพ. ฉีดที่แขนข้างเดียว  ดูลักษณะตุ่ม ไม่มีเปรียบเทียบ   งง  ว่าแปลผลกันยังไง
Back to Top View pharcmu038's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by pharcmu038
 
นสภ.ปฐมาพร
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 15 ตุลาคม 2007
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 15
Posted: 24 ตุลาคม 2007 เวลา 15:00 | IP Logged Quote นสภ.ปฐมาพร

คำตอบ

               ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ที่ได้จากเซลล์เพาะเลี้ยง และวัคซีนไข่เป็นฟักบริสุทธิ์เป็นวัคซีนซึ่งกระตุ้นทำให้ร่างกา ยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีกว่าวัคซีนที่ทำจากสมองสัตว์ ปัจจุบันประเทศไทยได้ยกเลิกการใช้วัคซีนทำจากสมองสัตว์ในการรัก ษาผู้ป่วย วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ได้จากเซลล์เพาะเลี้ยง และวัคซีนไข่เป็นฟักบริสุทธิ์ที่ใช้ในประเทศไทยมี 4 ชนิด ดังนี้

1.       Human Diploid-Cell Rabies Vaccine [HDCV] นำเชื้อไวรัสเลี้ยงใน human diploid cell และนำเชื้อมาแยกแอนติเจน มาใช้เป็นวัคซีน

2.       Purified Check Embryo Cell Culture [PCEC] นำเชื้อไวรัสเลี้ยงในตัวอ่อนของไก่ วัคซีนชนิดนี้อาจมีการตกค้างของยาปฏิชีวนะ และแอนติเจนจากเซลล์ลูกไก่ปนบ้างแต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

3.       Purified Duck Embryo Vacine [PDEV] เป็นวัคซันที่ใช้ไวรัสเลี้ยงในเซลล์ตัวอ่อนของเป็ด [duck embryo]

4.       Purified Vero-Cell Vaccine [PVRV] เป็นวัคซีนที่ใช้ไวรัสเลี้ยงใน vero cell (1)

                กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหลักการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าภา ยหลังการสัมผัสโรคไว้สองวิธีคือ การฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อแบบวิธีมาตรฐาน ESSEN และการฉีดวัคซีนเข้าผิวหนังแบบ Thai red cross (TRC) ส่วนองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้สูตรวัคซีนภายหลังการสัมผัสโรค พิษสุนัขบ้า 4 สูตร ดังนี้

1. การฉีดเข้ากล้ามเนื้อแบบวิธีมาตรฐาน (standard WHO intramuscular regimen, ESSEN) โดยฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อครั้งละ 1 หลอดในวันที่ 0 3 7 14 28 ควรฉีดที่กล้ามเนื้อต้นแขน (deltoid region) หรือกล้ามเนื้อต้นขาในเด็ก (anterolateral thigh muscle) สามารถใช้สูตรนี้กับวัคซีน PDEV, PCEC, PVRV และ HDCV

2. การฉีดเข้ากล้ามแบบ 2-1-1 (multisite intramuscular regimen, Zagreb) ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อ 2 หลอด ในวันแรกที่มารับวัคซีน และฉีดวัคซีน 1 หลอดในวันที่ 7 และ 21 หรือ 28 สามารถใช้สูตรนี้กับวัคซีน PDEV, PCEC และ PVRV

3. การฉีดเข้าในผิวหนังแบบ Thai Red Cross (regimen 2-2-2-0-1-1 และ updated TRC regimen 2-2-2-0-2-0) การฉีดวัคซีนแบบ 2-2-2-0-1-1 ให้ฉีดวัคซีนเข้าผิวหนัง 2 จุดในวันที่ 0 3 7 และฉีดเข้าผิวหนัง 1 จุดในวันที่ 28 และ 90 ส่วนการฉีดวัคซีนแบบ 2-2-2-0-2-0 ให้ฉีดวัคซีนเข้าผิวหนัง 2 จุดในวันที่ 0 3 7 และ 28 สูตรนี้สามารถใช้กับวัคซีน PCEC และ PVRV

4. การฉีดเข้าในผิวหนังแบบหลายจุด (8-site intradermal, oxford 8-0-4-0-1-1) ฉีดวัคซีนเข้าในผิวหนัง 8 จุดในวันแรกของการรักษา ฉีด 4 จุดในวันที่ 7 และฉีด 1 จุดในวันที่ 28 และ 90 สามารถใช้วัคซีนสูตรนี้กับวัคซีน PCEC และ HDCV (2)

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกยอมรับว่าการฉีดวัคซีนด้วยสูตร TRC-ID 2-2-2-0-2-0 เข้าผิวหนังสามารถทดแทนการฉีดวัคซีนแบบ TRC-ID 2-2-2-0-1-1 ได้ (2) จากการศึกษาของ Khawplod P. และคณะ ซึ่งทำการศึกษาในประชากร 100 คน เปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีนสูตรมาตรฐานคือ TRC-ID (2-2-2-0-1-1) กับสูตรที่มีการปรับปรุงอีก 3 สูตร คือ ID 2-2-2-0-2, ID 4-2-2-0-2 และ ID 4-2-2-0-4 พบว่าประสิทธิภาพในการรักษาไม่แตกต่างกัน และจากรายงานของสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พบว่ามีผู้ป่วยประมาณ 10,000 คน จากจำนวนกว่า 100,000 คนที่ไม่ได้รับวัคซีน TRC-ID มาตรฐานในวันที่ 90 และไม่พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในผู้ป่วยเหล ่านี้ ดังนั้นการฉีดวัคซีนในวันที่ 90 อาจไม่มีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยการศึกษาของ Khawplod P. และคณะ แนะนำให้ฉีดวัคซีน 2 จุดในวันที่ 28 ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมารับการฉีดวัคซีนในวันที่ 90 ทำให้มีความสะดวกต่อผู้ป่วย และประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเดินทางมารับวัคซีน (3)

 

สรุป

              การฉีดวัคซีนด้วยสูตร TRC-ID 2-2-2-0-2-0 เข้าผิวหนัง 2 จุด ในวันที่ 0 3 7 และ 28 มีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกับสูตร TRC-ID มาตรฐาน ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ให้การยอมรับว่าการฉีดวัคซีนสูตรนี้สาม ารถทดแทนการฉีดวัคซีนแบบ TRC-ID มาตรฐานได้ ดังนั้นหากข้อมูลจากบริษัทยาแนะนำการฉีดวัคซีนด้วยสูตร TRC-ID 2-2-2-0-2-0 น่าจะสามารถเชื่อถือได้ และสูตรนี้ถือว่าเป็นสูตรที่แนะนำล่าสุด

 

เอกสารอ้างอิง

1.       ธีรพงษ์  ตัณฑวิเชียร. การให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย. ใน: พรรณพิศ  สุวรรณกูล, ธีรพงษ์  ตัณฑวิเชียร, ชุษณา  สวนกระต่าย,บรรณาธิการ. การฉีดวัคซีนป้องกันโคในประเทศไทย:ปัจจุบันสู่อนาคต. กรุงเทพฯ: บี.บี.การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์; 2547: หน้า 81-136.

2.       แนวทางการรักษาผู้ป่วยที่ถูกสัตว์กัดด้วยวัคซีนและเซรุ่มป้องกั นโรคพิษสุนัขบ้าปี 2549 [homepage on the Internet]. ประพิมพ์พร ฉันทวศินกุล, ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร. กรุงเทพฯ: date unknown [revised 2007 Oct 1; cited 2007 Oct 18]. Animal Bite and Rabies Clinic;[2 screens]. Avialable from: http://www.saovabha.org/rabiesclinic/vaccine_02.pdf

3. Khawplod P, Tantawichien T, Wilde H, Limusanno S, Tantawichien T, Saikasem  A, et al. Use of rabies vaccines after reconstitution and storage. Clin Infect Dis 2002 1; 34: 404–6

Back to Top View นสภ.ปฐมาพร's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by นสภ.ปฐมาพร
 
นสภ.ปฐมาพร
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 15 ตุลาคม 2007
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 15
Posted: 05 พฤศจิกายน 2007 เวลา 14:36 | IP Logged Quote นสภ.ปฐมาพร

ตอบคำถาม วิธีการ skin test ของ ERIG

คำตอบ

       Rabies Immunoglobulin ที่มีใช้ในประเทศไทยขณะนี้มีอยู่ 2 ชนิดคือ (1, 3)

1. ชนิดผลิตจากซีรั่มม้า (Equine Rabies Immunoglobulin, ERIG) เตรียมโดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ม้าและฉีดกระตุ้ นจนกระทั่งมีแอนติบอดีอยู่ในระดับสูงพอ จึงเจาะโลหิตมาแยกซีรั่ม ผลิตเป็นอิมมูโนโกลบุลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รูปแบบไวแอล (vial) ขนาดบรรจุ 5 ml (1000 IU)

 2. ชนิดผลิตจากซีรั่มคน (Human Rabies Immunoglobulin, HRIG) ตรียมโดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับคนและฉีดกระตุ ้นจนกระทั่งมีแอนติบอดีอยู่ในระดับสูงพอ จึงเจาะโลหิตมาแยกซีรั่มผลิตเป็นอิมมูโนโกลบุลินป้องกันโรคพิษส ุนัขบ้า รูปแบบไวแอล (vial) ขนาดบรรจุ 2 ml (300 IU) และ 5 ml (750 IU)

การฉีดอิมมูโนโกลบุลิน (RIG) (1-3)

- ชนิดผลิตจากซีรั่มคน (HRIG) ฉีดขนาด 20 IU/ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

- ชนิดผลิตจากซีรั่มม้า (ERIG) ฉีดขนาด 40 IU/ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยต้องทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง (Skin test) ก่อน (ถ้าใช้ HRIG ไม่ต้องทดสอบผิวหนัง)

การทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง (Intradermal skin testing) ก่อนการให้ ERIG และการแปลผล

เนื่องจากเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเตรียมจากพลาสมาของม้า จึงอาจก่อให้เกิดอาการแพ้โปรตีนจากม้าได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้แบบเฉียบพลัน ก่อนฉีดเซรุ่มควรทดสอบผิวหนังปฎิกิริยาภูมิไวเกินชนิดที่ 1 ก่อน(2)

โดยการใช้ ERIG ที่เจือจาง 1:100 ฉีดด้วย Tuberculin syringe เข้าในผิวหนังบริเวณท้องแขน 0.02 มล. ฉีดน้ำเกลือบริเวณท้องแขนอีกข้างเพื่อเปรียบเทียบรอ 15-20นาที จึงอ่านผล(1-3)

-  ถ้าจุดที่ฉีด ERIG มีรอยนูน บวมแดง (wheal) เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตรขึ้นไป และมี รอยแดง (flare) ล้อมรอบ แต่จุดที่ฉีดน้ำเกลือเปรียบเทียบไม่มีปฏิกิริยานี้ แสดงว่าผลทดสอบเป็นบวก

-  ถ้าจุดที่ฉีดน้ำเกลือมีรอยนูนแดง ในขณะที่จุดที่ฉีด ERIG มีรอยนูนแดง 6 มิลลิเมตรขึ้นไป แต่ใหญ่กว่าจุดที่ฉีดน้ำเกลือ ให้ถือว่าปฏิกิริยาเป็นบวกเช่นกัน

กรณีผลทดสอบการแพ้ทางผิวหนังเป็นบวก ต้องเปลี่ยนไปใช้ HRIG แต่ถ้าไม่มี ควรให้ ERIG ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษภายใต้การดูแลของแพทย์โดยเตรียม adrenaline (epinephrine), antithistamine และเครื่องช่วยหายใจไว้ให้พร้อม(3)

แม้ผลทดสอบการแพ้ทางผิวหนังเป็นลบ ก็ต้องเตรียมพร้อมในการรักษาอาการแพ้แบบ anaphylaxis โดยเตรียม adrenaline (epinephrine) 0.1% (1:1,000 หรือ 1มก./มล.) ผู้ใหญ่ให้ขนาด 0.5 มล.ในเด็กให้ขนาด 0.01 มล./น้ำหนักตัว 1 กก. ฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อ และต้องให้ผู้ป่วยรอเพื่อเฝ้าระวังอาการแพ้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังฉีดอิมมูโนโกลบุลิน อาการแพ้ ERIG ที่พบมักเป็นเพียงรอยแดง คัน ลมพิษ หรือปวดข้อเท่านั้น(3)

 

สรุป การทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง (Skin test) ทำโดย ใช้ ERIG ที่เจือจาง 1:100 ฉีดด้วย Tuberculin syringe เข้าในผิวหนังบริเวณท้องแขน 0.02 มล. ฉีดน้ำเกลือบริเวณท้องแขนอีกข้างเพื่อเปรียบเทียบรอ 15-20นาที จึงอ่านผล การทำ Skin test นั้นจะไม่สามารถแปลผลได้หากไม่ได้ ฉีดน้ำเกลือบริเวณท้องแขนอีกข้างเพื่อเปรียบเทียบสำหรับการแปลผ ล Skin test นั้นสามารถทำได้ดังนี้

-  ถ้าจุดที่ฉีด ERIG มีรอยนูน บวมแดง (wheal) เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตรขึ้นไป และมีรอยแดง (flare) ล้อมรอบ แต่จุดที่ฉีดน้ำเกลือเปรียบเทียบไม่มีปฏิกิริยานี้ แสดงว่าผลทดสอบเป็นบวก

-  ถ้าจุดที่ฉีดน้ำเกลือมีรอยนูนแดง ในขณะที่จุดที่ฉีด ERIG มีรอยนูนแดง 6 มิลลิเมตรขึ้นไปแต่ใหญ่กว่าจุดที่ฉีดน้ำเกลือ ให้ถือว่าปฏิกิริยาเป็นบวกเช่นกัน 

 

เอกสารอ้างอิง

1.   ธีรพงษ์ ตัณฑวิเชียร. การให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย. ใน: พรรณพิศ สุวรรณกูล, ธีรพงษ์  ตัณฑวิเชียร, ชุษณา สวนกระต่าย, บรรณาธิการ. การฉีดวัคซีน้องกันโรคในประเทศไทย:ปัจจุบันสู่อนาคต. กรุงเทพฯ: บี.บี.การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์; 2547: หน้า 81-136.

2.   แนวทางเวชปฏิบัติโรคติดเชื้อ เรื่อง โรคพิษสุนัขบ้า [homepage on the Internet]. สถานเสาวภา. กรุงเทพฯ: .ป.ท.; date unknown [revised 2007 OCT 24]. Available from:

http://www.saovabha.org/product/pdt_02.php

3.       กลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.  แนวทางเวชปฏิบัติ โรคพิษสุนัขบ้า ปี 2547. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2533.

Back to Top View นสภ.ปฐมาพร's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by นสภ.ปฐมาพร
 
pongrx10
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป
Avatar

Joined: 25 กรกฎาคม 2008
Location: Thailand
Online Status: Offline
Posts: 1
Posted: 25 กรกฎาคม 2008 เวลา 15:23 | IP Logged Quote pongrx10

Amphotericin B ขณะบริหารต้องป้องกันแสงหรือไม่

Back to Top View pongrx10's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by pongrx10 Visit pongrx10's Homepage
 
apirukw
Certified Pharmacist
Certified Pharmacist

เภสัชกร

Joined: 02 พฤศจิกายน 2006
Online Status: Offline
Posts: 161
Posted: 07 สิงหาคม 2008 เวลา 09:03 | IP Logged Quote apirukw

Protect the solution from light during administration.

(http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/medmaster/a6826 43.html)
Back to Top View apirukw's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by apirukw
 

หากคุณต้องการตอบกลับกระทู้นี้คุณควรจะต้อง login
หากคุณยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนเป็นสมาชิก คุณควรจะ ลงทะเบียน

  ReplyPost
Printable version Printable version

ย้ายไปที่
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot create polls in this forum
You cannot vote in polls in this forum