Active TopicsActive Topics  แสดงรายชื่อสมาชิกของ ForumMemberlist  ค้นหาสิ่งที่ต้องการใน ForumSearch  HelpHelp
  สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก  LoginLogin
ศูนย์บริการข้อมูลทางยา
 Drug Information Service : ศูนย์บริการข้อมูลทางยา
Subject Topic: อยากทราบข้อมูลยารักษาโรคเบาหวานครับ ReplyPost
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
somsak
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 26 สิงหาคม 2007
Online Status: Offline
Posts: 1
Posted: 26 สิงหาคม 2007 เวลา 16:39 | IP Logged Quote somsak

อยากทราบข้อมูลยารักษาโรคเบาหวาน มียาตัวไหนที่ใช้รักษาโรคเบาหวานบ้างครับที่ใช้ในตอนนี้ อยากทราบข้อมูลประมาณ แบบ ชื่อยาสามัญ/ชื่อการค้า/สรรพคุณ/กลไกลการออกฤทธิ์/ขนาดรับประทา น/คำแนะนำหากลืมกินยา/อาการข้างเคียง/คำเตือน/ข้อควรระวัง/วิธี การเก็บรักษา คับ อืมมันมากไปเปล่าคับยังไงก็ขอบคุณล่วงหน้าก่อนนะคับ**เพื่อการศ ึกษาครับ**

Back to Top View somsak's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by somsak
 
นสภ.จักรกฤษณ์
สมาชิกทั่วไป
สมาชิกทั่วไป


Joined: 21 สิงหาคม 2007
Online Status: Offline
Posts: 5
Posted: 29 สิงหาคม 2007 เวลา 14:19 | IP Logged Quote นสภ.จักรกฤษณ์

คำตอบ

      โรคเบาหวาน พบได้ประมาณร้อยละ 3.5 ของคนทั่วไป พบได้ทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบมากในคนอายุมากกว่า 40 ปีขี้นไป1

      สาเหตุ
        
เกิดจากตับอ่อนสร้าง ฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยหรือไม่ได้เลย ฮอร์โมนชนิดนี้มีหน้าที่คอยช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป ็นพลังงาน เมื่ออินซูลินในร่างกายไม่พอ น้ำตาลก็ไม่ถูกนำไปใช้ จึงเกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือดและอวัยวะต่างๆ เมื่อน้ำตาลคั่งในเลือดมากๆ ก็จะถูกไตกรองออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวาน จึงเรียกว่า เบาหวาน ผู้ป่วยมักจะมีอาการ ปัสสาวะบ่อยและมาก เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาทางไต จะดึงเอาน้ำจากเลือดออกมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มน้ำบ่อย ๆ โรคนี้มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุอย่างอื่น เช่น อ้วนเกินไป หรือเกิดจากการใช้ยา เช่น สเตอรอยด์ หรืออาจพบร่วมกับโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็งของตับอ่อน  เป็นต้น1 

 

      ยาที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน

      เป็นยาที่ใช้เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ตามวิธีการบริหารยา คือ ยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน และยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีด (สรุปไว้ในตารางที่ 1 และ 2)

      1. ยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน

      ใช้ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ตามกลไกการออกฤทธิ์ คือ

1. กลุ่มที่เพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน (insulin secretagogue) แบ่งเป็น

       1.1 กลุ่ม Sulfonylurea ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน โดยการจับกับตัวรับที่เบตาเซลล์ของตับอ่อนทำให้ adenosine triphosphate-dependent K+ channel ปิด ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ glipizide, gliclazide, gliquidone, glimepiride และ glibenclamide

       1.2 กลุ่ม Non-sulfonylurea ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน โดยการจับกับตัวรับคนละที่กับ sulfonylurea ที่เบตาเซลล์ของตับอ่อน ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ repaglinide

2. กลุ่มที่ลดการดื้อต่ออินซูลิน (insulin sensitizer) แบ่งเป็น

       2.1 กลุ่ม Biguanide มียาเพียงตัวเดียวคือ metformin ออกฤทธิ์โดยการลดการดื้อต่ออินซูลินทำให้เพิ่มการนำกลูโคสไปใช้ โดยเซลล์กล้ามเนื้อลาย และลดการสร้างกลูโคสจากตับ

       2.2 กลุ่ม Thiazolidinediones ได้แก่ rosiglitazone, pioglitazone ออกฤทธิ์โดยการลดการดื้อต่ออินซูลิน

3. กลุ่มที่ยับยั้งเอนไซม์ alpha-glucosidase (alpha-glucosidase inhibitor)

       ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ acarbose, voglibose ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ให้เ ล็กลง ทำให้ชะลอการดูดซึมของน้ำตาล2

      2. ยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีด

      ยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีดที่มีใช้กันอยู่ คือ อินซูลิน โดยที่อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากเบตาเซลล์ของตับอ่อนจากกา รกระตุ้นโดยกลูโคส กรดอะมิโน กรดไขมัน gastric hormones โดยมีหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1. อินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็ว (rapid-acting insulin) ได้แก่

       Lispro เป็นอินซูลินที่สามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว คือ 15-30 นาที มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 30-90 นาที และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 30-90 นาที ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการออกฤทธิ์ของอินซูลินที่สร้างในร่างกา ย

       Aspart เป็นอินซูลินที่สามารถดูดซึมได้เร็ว และมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์สั้น จึงสามารถลดอุบัติการณ์ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

2. อินซูลินที่ออกฤทธิ์สั้น (short-acting insulin) ได้แก่

       Regular insulin (RI) เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 30-60 นาที มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 2-4 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 4-6 ชั่วโมง

3. อินซูลินที่ออกฤทธิ์ปานกลาง (intermediate-acting insulin) ได้แก่

       Protamine stabilized insulin (NPH) และ Lente เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 2 ชั่วโมง มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 4-10 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 10-16 ชั่วโมง

4. อินซูลินที่ออกฤทธิ์นาน (long-acting insulin) ได้แก่

        Glargine เป็นอินซูลินที่มีระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ 5-6 ชั่วโมง มีฤทธิ์สูงสุดที่เวลา 24 ชั่วโมง และระยะเวลาในการออกฤทธิ์นาน 24 ชั่วโมง3

       การปรับขนาดยาอินซูลิน

        ผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินควรมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ได้ข้อมูลในการปรับขนาดยา3

        การเก็บอินซูลิน

        อินซูลินสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือน เมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส โดยไม่ถูกแสงแดดและต้องไม่อยู่ในช่องแช่แข็ง3

ตารางที่ 1 สรุปยารักษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน2

ชนิด

ชื่อ

กลไกการออกฤทธิ์

วิธีการให้

ขนาดยา มก./วัน

(จำนวนครั้งต่อวัน)

ข้อเสีย

ชื่อสามัญ

ชื่อการค้า

I. Insulin secretagogue

1. Sulfonylurea

    Short acting

 

 

 

    Long acting

 

 

2. Non-sulfonylurea

 

 

 

Glipizide

Gliclazide

Gliquidone

Glimepiride

Glibenclamide

 

 

Repaglinide

 

 

 

Minidiab

Diamicron

Glurinor

Amaryl

Daonil

Euglucon

 

Novonorm

 

 

 

- กระตุ้น beta cell ของตับอ่อนให้หลั่ง insulin โดยปิด K ATP channel

 

 

 

- กระตุ้น beta cell ของตับอ่อนให้หลั่ง insulin โดยปิด K ATP channel

 

 

 

2.5-20 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

40-320 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

15-120 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

1-8 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

2.5-20 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

ก่อนอาหาร 30 นาที

 

1.5-12 มก./วัน  (3 ครั้ง/วัน)

ก่อนอาหาร 15 นาที

 

 

 

 

- ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

 

 

 

 

- ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

II. Insulin sensitizer

1. Biguanide

 

 

2. Thiazolidinedione

 

Metformin

 

 

Rosiglitazone

Pioglitazone

 

Glucophage

 

 

Avandia

Actos

 

- ลดการสร้างกลูโคสจากตับ

 

- เพิ่มการใช้กลูโคสของกล้ามเนื้อ และลดการสร้างกลูโคสจากตับ

 

500-3000 มก./วัน  (1-3 ครั้ง/วัน)

หลังอาหาร

 

4-8 มก./วัน  (1-2 ครั้ง/วัน)

15-45 มก./วัน  (1 ครั้ง/วัน)

ก่อนหรือหลังอาหาร

 

 

- ผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย)

- ต้องติดตามการทำงานของตับ

- น้ำหนักเพิ่ม

- บวม

III. Glucosidase inhibitor

 

Acarbose

Voglibose

 

Glucobay

Basen

 

- ยับยั้งการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตจากทางเดินอาหาร

 

150-300 มก./วัน  (3 ครั้ง/วัน)

0.6-0.9 มก./วัน  (3 ครั้ง/วัน)พร้อมอาหาร

 

 

- ผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร

 

ตารางที่ 2 สรุปยารักษาโรคเบาหวานชนิดฉีด3  

รูปแบบอินซูลิน

ชื่อการค้า

อาการข้างเคียง

Rapid acting

     Lispro

     Aspart

 

Humalog

Novorapid

 

- ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

- เกิดไตแข็งบริเวณที่ฉีด

Short acting

     Regular (solution)    

 

Humalin R, Actrapid

Intermediate acting

     NPH (isophane)

     Lente (insulin zinc suspension)

 

Humalin N, Insulatard

Monotard

Long acting

     Glargine

 

Lantus

Combinations

      70/30-70% NPH, 30% Regular

      75/25-75% Protaminated lispro, 25% Lispro

      70/30-70% Protaminated aspart, 30% Aspart

 

Humalin 70/30, Mixtard 30

Humalog mix 25

Novo mix 30

 

ผู้ถามสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

1. ธิติ สนับบุญ, วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์. การดูแลรักษาเบาหวานแบบองค์รวม. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.

2. กอบชัย พัววิไล. การใช้ยาเม็ดรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างเหมาะสม. ใน: สว่าง แสงหิรัญวัฒน, บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล, อาทิตย์ อังกานนท์, สุพจน์ ตุลยาเดชานนท์, สมนึก ดำรงกิจชัยพร, บรรณาธิการ. Ramathibodi clinical medicine update 2000. กรุงเทพ: เฮลท์ ออทอริตี้ส์; 2543. หน้า 94-106.

 

เอกสารอ้างอิง

1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเบาหวาน [homepage on the Internet]. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. กรุงเทพ: ม.ป.ท.; date unknown [revised 2007 Aug 27]. Available from: http://www.diabassocthai.org/patient/khownledge-patient1.htm l.

2. วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์. แนวทางการใช้ยาเม็ดลดระดับน้ำตาล. ใน: วิทยา ศรีมาดา, บรรณาธิการ. Evidence-based clinical practice guideline ทางอายุรกรรม. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548. หน้า 448-53.

3. กาญจนา เย็นภิญโญสุขม, วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์. แนวทางการใช้อินซูลิน. ใน: วิทยา ศรีมาดา, บรรณาธิการ. Evidence-based clinical practice guideline ทางอายุรกรรม. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548. หน้า 454-8.

Back to Top View นสภ.จักรกฤษณ์'s ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by นสภ.จักรกฤษณ์
 

หากคุณต้องการตอบกลับกระทู้นี้คุณควรจะต้อง login
หากคุณยังไม่ได้ทำการลงทะเบียนเป็นสมาชิก คุณควรจะ ลงทะเบียน

  ReplyPost
Printable version Printable version

ย้ายไปที่
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot create polls in this forum
You cannot vote in polls in this forum